สาระสังเขป 5 เรื่อง

Herbs

สวยได้ด้วยสมุนไพรใกล้ตัว

ชื่อเรื่อง                  สวยได้ด้วยสมุนไพรใกล้ตัว

ผู้แต่ง                     มันทนา วัชรินทร์

สำนักพิมพ์           ไพลินบุ๊คเน็ต จำกัด

ปีที่พิมพ์                2552

จำนวนหน้า         112 หน้า

ISBN                     978-974-295-746-9

เนื้อเรื่อง

                พืชสมุนไพรที่ใช้ในการทำยานั้นใช้ได้ทุกส่วนของพืชสมุนไพร ซึ่งส่วนต่างๆของพืชสมุนไพรที่ใช้ในการทำยาได้แก่ ดอก ผล ใบ ลำต้น และราก แต่ทั้งนี้ส่วนต่างๆของสมุนไพรที่นำมาทำยาก็มีลักษณะและสรรพคุณที่แตกต่างกันด้วย เพราะฉะนั้นการนำส่วนต่างๆของสมุนไพรมาทำยาจึงต้องเลือกให้เหมาะกับโรคและการรักษาอาการป่วยนั้นๆ

ดอกสมุนไพร สมุนไพรบางชนิดมีสรรพคุณทางยาอยู่มากที่ดอก จึงได้มีการนำดอกของสมุนไพรนั้นๆมาใช้ในการทำยา ดอกของสมุนไพรแต่ละชนิดนั้นมีความแตกต่างกันออกไป อีกทั้งสรรพคุณในการรักษาก็แตกต่างกันไปด้วย การนำดอกสมุนไพรมาทำยานั้น ดอกที่สมบรูณ์ที่สามารถนำมาใช้ในการทำยาได้นั้นจะต้องมีองค์ประกอบของดอกครบ อันได้แก่ ก้านดอก กลีบดอก กลีบรอง เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย และการเก็บดอกสมุนไพรมาทำยานั้นจะนิยมเก็บในช่วงที่ดอกเริ่มบาน หรือโรคบางชนิดก็ต้องใช้ดอกสมุนไพรที่อยู่ในช่วงดอกตูม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับโรคที่จะทำการรักษา

ผลของสมุนไพร ผลของสมุนไพรบางชนิดสามารถนำมาใช้ทำยาได้ และมีสรรพคุณทางยาที่แตกต่างกันออกไปตามชนิดของพืชสมุนไพรนั้นๆ ผลของต้นสมุนไพรบางต้นมีสรรพคุณทางยาสูง แต่ผลของต้นสมุนไพรบางต้นมีสรรพคุณทางยาน้อย ดังนั้นการเลือกผลของสมุนไพรมาใช้ในการทำยาจึงต้องขึ้นอยู่กับอาการของโรคที่จะทำการรักษาด้วย ผลของต้นสมุนไพรที่นำมาใช้ทำยา ได้แก่ ผลเดี่ยว เช่น มะระมะม่วง เป็นต้น ผลกลุ่ม เช่น จำปี การเวก เป็นต้น ผลรวม เช่น ขนุน ลูกยอ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการแบ่งลักษณะของผลที่จะนำมาใช้ทำยาลงไปอีก 3 ลักษณะ ได้แก่ ผลเนื้อ ผลแห้งชนิดแตก และผลแห้งชนิดไม่แตก ผลของพืชสมุนไพรที่เก็บมาทำยานั้นอาจจะแตกต่างกันออกไปตามโรค บางโรคควรใช้ผลของพืชสมุนไพรที่ยังไม่แก่ บางโรคควรใช้ผลของพืชสมุนไพรที่แก่เต็มที่ เป็นต้น

ใบสมุนไพร ยาสมุนไพส่วนใหญ่จะใช้ใบของพืชสมุนไพรมาทำยา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าใบสมุนไพรจะมีสรรพคุณทางยามากกว่าส่วนอื่นๆของต้นพืชสมุนไพร แต่การนำใบของพืชสมุนไพรมาทำยานั้นจะขึ้นอยู่กับสรรพคุณในการรักษาโรคนั้นๆด้วย ว่าเหมาะจะใช้ส่วนใดของพืชสมุนไพรในการรักษา แต่โดยทั่วไปแล้วใบพืชทุกชนิดจะเป็นแหล่งสะสมของสารอาหาร เนื่องจากพวกมันใช้ใบในการสังเคราะห์แสง หายใจ แลกเปลี่ยนแก๊ส และคายน้ำ  ในการนำใบสมุนไพรมาทำยานั้นมักจะนิยมเก็บใบสมุนไพรที่เจริญเติบโตเต็มที่ หรือในการรักษาโรคบางชนิดอาจจะต้องใช้ใบอ่อนของสมุนไพรหรือใบที่ไม่แก่มากจนเกินไป และจะเก็บใบสมุนไพรในช่วงที่ดอกของสมุนไพรบาน เพราะเชื่อว่าช่วงเวลานี้ใบของสมุนไพรจะมีสรรพคุณทางยามากที่สุด ใบสมุนไพรที่นำมาใช้ทำยาสมุนไพรนั้นจะต้องมีส่วนประกอบของตัวใบ ก้านใบ และหูใบ และใบของต้นสมุนไพรที่มักนำมาใช้ทำยาได้แก่ ใบยอ การพลูใบขลู่ เป็นต้น

ลำต้นสมุนไพร ลำต้นของพืชทุกชนิดไม่เพียงแต่ลำต้นของพืชสมุนไพรจะทำหน้าที่ในการลำเลียงน้ำ ธาตุอาหารและสารต่างๆ ที่พืชสร้างขึ้นเพื่อนำไปเลี้ยงส่วนต่างๆของต้นพืชให้เจริญเติบโต ลำต้นของพืชสมุนไพรบางชนิดจะอยู่ใต้ดิน ซึ่งลำต้นที่อยู่ใต้ดินนั้นจะมีตา ข้อ ปล้อง และใบเกล็ดคลุมตา ได้แก่ ขิง ข่า เป็นต้น และลำต้นของพืชสมุนไพรยังสามารถแบ่งออกได้อีกหลายลักษณะที่นำมาใช้ในการทำยาสมุนไพร ได้แก่ ลำต้นของพืชสมุนไพรยืนต้น เป็นต้น ในการนำมาทำยานั้นส่วนใหญ่มักจะลอกเอาเปลือกบริเวณลำต้นมาใช้ในการทำยา หรือบางครั้งก็จำเป็นตัดเนื้อในส่วนที่อยู่ในลำต้นมาทำยา และนิยมเก็บเปลือกของลำต้นสมุนไพรมาทำยาในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ลำต้นหรือเปลือกของลำต้นจะมีสรรพคุณทางยามากที่สุด

รากสมุนไพร รากของพืชสมุนไพรหรือรากของพืชทั่วไป โดยปกติแล้วมันจะทำหน้าที่ในการดูดซับน้ำ และแร่ธาตุๆจากดิน เพื่อส่งต่อไปยังส่วนต่างๆของต้นพืช และรากยังเป็นแหล่งสะสมของสารอาหารต่างๆ รวมทั้งมีสรรพคุณทางยาที่ดีสำหรับพืชสมุนไพรบางชนิด เช่น กระชาย ขมิ้น เป็นต้น รากของพืชที่นำมาทำยานั้นมี 2 ชนิด นั่นคือ รากแก้ว และรากฝอย ซึ่งรากของพืชสมุนไพรนิยมเก็บมาทำยาในช่วงต้นฤดูหนาวถึงปลายฤดูร้อน เนื่องจากในช่วงนี้รากของพืชสมุนไพรจะมีปริมาณตัวยาค่อนข้างสูง และทำให้การรักษาโรคด้วยรากพืชสมุนไพรมีประสิทธิภาพสูง

ปัญหาอย่างหนึ่งของการใช้ยาสมุนไพรเป็นเวลานานก็คือ การเก็บรักษา เนื่องจากสมุนไพรมีกรรมวิธีแปรสภาพมาเป็นยาโดยการตากแห้ง การอบ การบด และทำเป็นลูกกลอน ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราและหนอนเป็นอย่างมาก เพราะสมุนไพรไทยต้องมีการเก็บรักษาในที่แห้งและไม่อับชื้นเพื่อคงคุณภาพของยาไว้ได้นาน ยาสมุนไพรไทยมักจะเกิดปัญหาในการเก็บรักษาอยู่บ่อยครั้ง หากเก็บรักษาไม่ได้อาจทำให้กลิ่นและสีของยาเปลี่ยนแปลงไป และที่สำคัญอาจทำให้คุณภาพของยาเสื่อมลงด้วย เมื่อนำยาสมุนไพรที่เสื่อมคุณภาพไปใช้ในการรักษาโรค ยาก็ไม่สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่ในการเก็บรักษาโรคหรือไม่ออกฤทธิ์ในการรักษาโรคเลย เนื่องจากตัวยาสมุนไพรได้หมดคุณภาพไปแล้วเพราะฉะนั้นการเก็บรักษายาสมุนไพรจึงต้องพิถีพิถันและระมัดระวังอย่างดี เพื่อคงคุณภาพของยาในการรักษาโรคเอาไว้ ซึ่งวิธีการในการเก็บรักษายาสมุนไพรเพื่อให้คงคุณภาพไว้ได้นาน ทำได้ดังนี้

1. ควรเก็บยาสมุนไพรไว้ในที่แห้งและเย็น และสถานที่เก็บยาสมุนไพรนั้นจะต้องมีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อขับไล่ความอับชื้นที่อาจจะก่อให้เกิดเชื้อราในยาสมุนไพร

2. ยาสมุนไพรที่จะเก็บรักษานั้นจะต้องแห้งไม่เปียกชื้นเพราะจะเสี่ยงต่อการในยาสมุนไพรนั้นๆได้ หากมียาที่เสี่ยงต่อการขึ้นราได้ง่าย ควรจะนำยาสมุนไพรออกมาตากแดดอย่างสม่ำเสมอ

3. ในการเก็บรักษายาสมุนไพรควรแบ่งประเภทของยาต่างๆในการรักษาโรค เพื่อการหยิบใช้ที่สะดวกสบายและไม่เกิดการหยิบใช้ผิด

4. ควรตรวจดูความเรียบร้อยในการเก็บรักษายาสมุนไพรบ่อยๆ ว่ามีสัตว์หรือแมลงต่างๆเข้าไปทำความเสียหายกับยาสมุนไพรที่เก็บไว้หรือไม่

สมุนไพรสดเพื่อผิวสวยอ่อนเยาว์

ชื่อเรื่อง                  สมุนไพรสดเพื่อผิวสวยอ่อนเยาว์

ผู้แต่ง                     บุหงารำไพ

สำนักพิมพ์           ไพลินบุ๊คเน็ต จำกัด

ปีที่พิมพ์                2553

จำนวนหน้า         144 หน้า

ISBN                     978-616-15-0222-5

เนื้อเรื่อง

การประทินโฉมของคนไทยสมัยก่อนนั้นใช้สมุนไพรสดนี่แหละที่เสมือนเครื่องสำอางมาเสริมความสวยความงาม ตั้งแต่การดูแลถนอมเส้นผมให้เงางามหรือการบำรุงผิวพรรณ ซึ่งนับเป็นภูมิปัญญาโบราณที่น่าทึ่งยิ่งนัก ด้วยเพราะพืช ผัก ผลไม้ต่างๆ แต่ละชนิดก็มีวิตามินแร่ธาตุที่มีบทบาทต่อผิวพรรณโดยตรง และแน่นอนว่าผู้หญิงโบราณล้วนมีผิวพรรณผุดผ่อง และมิเคยมีปัญหาการแพ้ใดๆ อย่างที่สาวๆสมัยนี้ได้รับผลข้างเคียงจากเครื่องประทินผิวยุคปัจจุบันที่มีสารเคมีมากมายผสมอยู่

ความสวยงามดูดีตลอดทั้งเรือนร่างจะเกิดขึ้นได้ย่อมมาจากสุขภาพใจที่สมบรูณ์ พร้อมด้วยปัจจัยแวดล้อมรอบด้านต่างๆ ที่ส่งให้การดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข การดูแลบำรุงเพิ่มเติมให้เกิดความสวยงามอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเส้นผม ผิวพรรณ หรือแม้แต่รูปร่าง นอกจากจะใส่ใจกับการทำให้ร่างกายได้รับแต่สิ่งดีๆ อย่างอาหารหรือหลีกเลี่ยงพวกอนุมูลอิสระทั้งหลายแล้ว การหันมาพึ่งวิธีธรรมชาติอย่างการเลือกใช้สมุนไพรประทินความงาม ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีกว่าการพาตัวเองเข้าไปหาหมอให้ลำบากเจ็บตัว เสี่ยงต่อผลข้างเคียงอันตรายร้ายแรง หรือสิ้นเปลืองด้วยผลิตภัณฑ์ราคาสูง

การใช้สมุนไพรเพื่อผิวหน้า ผิวหน้าที่เต็มไปด้วยปัญหาสารพัด สร้างความไม่มั่นใจไม่ว่าจะเป็นเม็ดสิว และรอยแห้งกร้านด้วยจุดด่างดำของกระและฝ้า ทำให้ขาดความเรียบเนียนแลดูไม่สดใส หากวิธีที่ผู้ประสบปัญหากับผิวหน้าเลือกใช้มักจะเป็นการเข้าไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษา หันหน้าเข้าสถาบันเสริมความงาม หรือไม่ก็เลือกหาซื้อยามาใช้  ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นวิธีที่ต้องใช้เงินจำนวนมากทั้งสิ้น ทั้งนี้การดูแลและบำรุงผิวกลับมาให้เนียนใส ชุ่มชื้นไร้รอยด่างดำ ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองขนาดนั้นก็ได้ เพราะในพืชผักผลไม้หรือแม้แต่สมุนไพรทั่วไปต่างก็อุดมด้วย วิตามิน และแร่ธาตุ รวมถึงสารตามธรรมชาติต่างๆ ที่ช่วยดูแลบำรุงรักษาผิวพรรณให้ได้ดั่งใจปรารถนา

การใช้สมุนไพรเพื่อผิวกาย อาหารที่ดีประกอบกับการใช้ชีวิตที่ไม่เครียด และมีการออกกำลังการสม่ำเสมอ ส่งผลให้ผิวพรรณดูสดใสและมีสุขภาพที่ดี แต่ทั้งนี้ด้วยวิถีการใช้ชีวิตในปัจจุบันทำให้มิอาจได้ผิวสวยๆ จากปัจจัยต่างๆ ตามวิถีการใช้ชีวิตตามธรรมชาติได้ ต้องอาศัยตัวช่วยบำรุงกันมากมาย หากอยากมีผิวพรรณที่สดใสเนียนนุ่ม ซึ่งหลายทางเลือกที่มีอยู่เห็นกันอยู่เพื่อผิวสวยก็มักจะเป็นทางที่ต้องใช้เงินจำนวนสูงทั้งสิ้น ลองหันกลับมาเลือกอะไรที่ง่ายๆจากธรรมชาติอย่างสมุนไพรดีกว่า นอกจากจะสิ้นเปลืองน้อยลงแล้วผลข้างเคียงที่อันตรายก็แทบจะเป็นศูนย์อีกด้วย

สมุนไพรเพื่อเส้นผม เส้นผมเป็นอีกส่วนหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ เพราะเส้นผมเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณดูดีขึ้นหรือแย่ลงได้ และก่อนที่จะมีทรงผมดีๆเพื่อสร้างความมั่นใจ และความประทับใจ ก็จำต้องมาจากสุขภาพเส้นผมที่แข็งแรง ซึ่งสิ่งที่จำเป็นต่อเส้นผมสวยๆ ดีๆ ก็ได้แก่ อาหารในหมวดโปรตีน ที่ได้จากเนื้อ นม ไข่ รวมถึงวิตามิน A,C,E,B5 ที่ได้จากผักผลไม้ต่างๆ และธัญพืชต่างๆ ที่นำมาบริโภคให้ผมดูดีสวยงามจากภายใน หรือใช้บำรุงดูแลเส้นผมให้สวยจากภายนอก

สมุนไพรลดความอ้วน ความอ้วนหรือน้ำหนักเกินมักจะเป็นปัญหาสำหรับหลายคน และวิธีการที่จะทำให้ได้ผลก็มักจะเป็นสิ่งที่ยากลำบาก หรือไม่ก็ต้องใช้เงินทองมากมาย หากต้องการที่จะลดน้ำหนักอย่างจริงจัง นอกจากต้องอาศัยความมุ่งมั่นที่จริงจังแล้ว อาจต้องมีตัวช่วย และตัวช่วยที่ว่านี้ก็มิได้จะนำเสนอให้คุณต้องไปใช้ยา อดอาหาร หรือเข้าสถานบริการความงามใดๆ ให้สิ้นเปลืองแต่อย่างใด เพียงแต่ให้คุณลองมาใช้ตัวเลือกที่มาจากธรรมชาติอย่างสมุนไพรดู เพราะมีสมุนไพรจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ดีมีคุณสมบัติต่อการเผาผลาญ และลดน้ำหนักของคุณได้

เครื่องดื่มสมุนไพร

ชื่อเรื่อง                  เครื่องดื่มสมุนไพร

ผู้แต่ง                     รดา พรรณราย

สำนักพิมพ์           ไพลินบุ๊คเน็ต จำกัด

ปีที่พิมพ์                2544

จำนวนหน้า         112 หน้า

ISBN                     974-428-314-9

เนื้อเรื่อง

                ผักและผลไม้จัดว่าเป็นอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะให้ทั้งวิตามินและเกลือแร่ เสริมสร้างให้ร่างการแข็งแรง และจัดระบบการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ จึงถือว่าผักและผลไม้เป็นยารักษาโรคได้แขนงหนึ่ง ซึ่งเรียกกันว่า “สมุนไพร” สมุนไพรจากผักและผลไม้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ละชนิดมีสรรพคุณคล้ายกันบ้างแตกต่างกันบ้าง ปัจจุบันจึงมีการนำสมุนไพรมาทำเป็นยาเพื่อรักษาโรคต่างๆได้ ซึ่งข้อดีของยาสมุนไพรก็คือ ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย ไม่ทำให้แพ้ง่าย ราคาถูก แม้รสและกลิ่นจะแรงไปสักนิดก็ตาม นอกจากยายังมีการนำสมุนไพรมาทำเป็นเครื่องดื่มได้อย่างดีเยี่ยม เป็นการเปลี่ยนรสชาติและดึงเอาสมุนไพรมาใกล้ตัวที่สุด เพื่อเป็นการสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย หันมาใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพในลักษณะของเครื่องดื่มเพื่อให้ร่างกายลืมโรคไปตลอดชีวิต

ผักและผลไม้เป็นอาหาร 1 ใน 5 หมู่ ที่มีคุณประโยชน์เต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายมาก เพราะสารอาหารของผักและผลไม้นี้เป็นตัวช่วยในการทำให้ระบบขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติ ท้องไม่ผูก เนื่องจากมีเส้นใยอาหารมากกว่าเนื้อสัตว์ต่างๆ ซึ่งเส้นใยอาหารนี้ช่วยในการนำคอเลสเตอรอลและสารพิษที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งบางชนิดออกจากร่างกายด้วย คุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างจากอาหารหมู่อื่นๆ นี้เองจึงทำให้นิยมนำผักและผลไม้มาดัดแปลงเป็นอาหารต่างชนิด เพื่อรักษาโรคได้ไม่ต้องกินจำเจเปลี่ยนรายการอาหารไปเรื่อยๆ ในขณะที่คุณค่ายังเดิม

สรรพคุณของผักและผลไม้ในแต่ละส่วนที่สามารถนำมาทำเป็นอาหารและยาได้ คือ

1. ราก ได้แก่ ขิง ข่า กระชาย เป็นต้น

2. ผล ได้แก่ ฝรั่ง มะเขือเทศ ส้ม เป็นต้น

3. ใบ ได้แก่ คะน้า กระถิน กวางตุ้ง เป็นต้น

นอกจากทั้งสามส่วนแล้วยังมี เหง้า ก้าน ดอก ยอด ซึ่งนับรวมอยู่ในส่วนของราก ผล และใบ การเลือกรับประทานผักและผลไม้ นอกจากเลือกตามฤดูกาลแล้วยังต้องคำนึงถึงคุณค่าและสารอาหารที่จะได้รับด้วย เป็นเพราะในแต่ละคนต้องการสารอาหารไม่เท่ากัน ผู้บริโภคต้องรู้จักการเลือกประเภทอาหารที่จะรับประทานเข้าไป เพราะการได้รับอาหารที่ดีมีคุณค่าตรงกับความต้องการของร่างกาย บางครั้งร่างกายขาดสารอาหารตัวนี้ เราก็ต้องหาสารอาหารให้ตรงกันเพื่อร่างกายจะได้แข็งแรงไม่มีโรคภัยเบียดเบียน ผักและผลไม้ต่อไปนี้มีคุณค่าต่างกันและมักพบในหลายประเภท

1. ผักและผลไม้ที่มีแคลเซียม คือ มะเขือเทศ ตำลึง ใบบัวบก กล้วย เป็นต้น

2. ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซี คือ ส้ม สับปะรด มะนาว หัวหอม เป็นต้น

3. ผักและผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ คือ แครอท ขนุน มะละกอ คะน้า เป็นต้น

4. ผลและผลไม้ที่มีธาตุซิลิคอน คือ ข้าวกล้อง แตงกวา ผักกาดหอม เป็นต้น

สารอาหารข้างต้นพบมากในผักและผลไม้ดังกล่าวมากที่สุด ซึ่งในแต่ละชนิดประกอบด้วยสารอาหารหลายตัวด้วยกัน

การเลือกรับประทานผักและผลไม้ให้ปลอดภัยจากสารพิษหรือสิ่งปนเปื้อน บางครั้งผู้บริโภคไม่สามารถรู้ได้ว่ามีสารพิษหรือไม่เพราะไม่เห็นขั้นตอนการปลูกตั้งแต่แรก ดังนั้นทางแก้ที่ดีที่สุดคือจะต้องรู้จักวิธีการล้างผักให้สะอาดเพื่อทำลายสารพิษให้หมดไป โดยยึดหลักการล้างสารพิษดังนี้

1. ถ้าผักและผลไม้มีคราบสีขาวติดอยู่ตามใบ และผลไม้ให้ล้างน้ำหลายๆครั้ง แล้วแช่น้ำปูนใสประมาณ 10 นาที จึงล้างน้ำสะอาด

2. นำมาแช่ในด่างทับทิม น้ำส้มสายชู หรือเกลือป่น ผสมน้ำสะอาดประมาณ 10 นาที

3. ล้างน้ำสะอาดจากก๊อกโดยตรง จะช่วยลดปริมาณสารพิษได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์

4. ผลไม้และผักบางชนิด ถ้าไม่แน่ใจปลอดภัยหรือไม่ จะใช้วิธีปลอกแล้วล้างน้ำให้สะอาดก่อนรับประทานได้

5. ผักและผลไม้บางชนิดเมื่อต้ม ปิ้ง ย่าง หรือผ่านความร้อนด้วยวิธีอื่นก็สามารถช่วยลดสารพิษได้เช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตามการเลือกผักและผลไม้ตามฤดูกาลจะช่วยลดอัตราการเสี่ยงมากกว่า เพราะมีผลผลิตมากพอออกมาขายไม่ต้องเร่งด้วยสารเคมี

มีโรคร้ายหลายชนิดที่รักษากันเป็นเดือนเป็นปีหายบ้างไม่หายบ้าง แล้วแต่วิธีการบำบัดรักษาและระยะของโรค ในปัจจุบันมีการคิดค้นยาสมุนไพรจากผักและผลไม้มาใช้ควบคู่กับยาแผนปัจจุบัน เพื่อรักษาโรคร้ายต่างๆให้หายขาดได้ โรคร้ายดังกล่าวสามารถใช้อาหารช่วยรักษาและบรรเทาอาการให้ลดลงหรือหายไปในที่สุดคือ

1. โรคมะเร็ง บรรเทาได้โดยการรับประทานผักและผลไม้ที่มีสารแอนติออกซิแดนท์ ซึ่งหมายถึง วิตามินซี เบต้าแคโรทีน สังกะสี แมงกานีส ทองแดง วิตามินอี และซีลีเนียม สารเหล่านี้จะช่วยยับยั้งกระบวนการเกิดมะเร็ง ทำลายและดูดสารพิษให้ขับถ่ายออกจากร่างกาย ไม่ลุกลามมากขึ้น เช่น สารในว่านหางจระเข้ เป็นต้น

2. โรคความดันโลหิต พบสารอาหารที่บรรเทาโรคนี้ได้ในตะไคร้ กระเทียม ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ กระเจี๊ยบ มะเขือเทศ

3. โรคเบาหวาน มักพบสารอาหารที่บรรเทาอาการของโรคได้ในอาหารและเครื่องดื่มที่ทำจากว่านหางจระเข้

นอกจากที่กล่าวมาแล้วผักใบเขียวเกือบทุกชนิดมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการของโรคร้ายต่างๆได้ และข้อสำคัญต้องไม่ลืมบำบัดรักษาควบคู่ไปกับยาแผนปัจจุบันด้วย เพราะสารบางอย่างในยาแผนปัจจุบันนั้นในผักและผลไม้ยังไม่มี

เครื่องดื่มที่ทำมาจากผักและผลไม้ถือเป็นยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาและป้องกันโรคต่างๆได้ เพราะในผักและผลไม้มีส่วนประกอบของสารอาหารนานาชนิดเป็นต้นว่า แคลเซียม วิตามินซี วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน ฟอสฟอรัส แมงกานีส และอื่นๆอีกมากมาย เรียกว่าเป้นศูนย์รวมของวิตามินและแร่ธาตุกันเลยทีเดียว ในผักและผลไม้มีสารอาหารชนิดใดมากก็มีสรพพคุณในการรักษาโรคได้ เช่น แครอทมีทั้งวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน และสารอาหารอื่นๆด้วย ถ้ามีเบต้าแคโรทีนมากก็เด่นชัดในเรื่องป้องกันและรักษาโรคมะเร็ง เป็นต้น ผักและผลไม้ถือเป็นอาหารหลักหมู่ที่ 4 ที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างมากเพราะเป็นตัวช่วยปรับ ซ่อมแซมส่วนต่างๆให้เหมาะสมทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรค เมื่อผักและผลไม้มีประโยชน์มากมายขนาดนี้แล้วจึงมีผู้คิดค้นนำมาทำเป็นอาหารเสริมเพื่อช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง อาหารเสริมจึงถูกแบ่งอกเป็นประเภทต่างๆตามคุณสมบัติได้ดังนี้

1. อาหารป้องกันและรักษาโรคได้แก่ อาหารที่สกัดจากพืชผักบางชนิดเพื่อทำเป็นยารักษาอาการของโรคได้ เช่น มะขามนำมาเป็นยาระบาย

2. อาหารบำรุงสุขภาพได้แก่ วิตามินสำเร็จรูปต่างๆที่สัดจากผักและผลไม้เช่นกัน แต่ออกมาในรูปของแคปซูล หรือจำพวกแบรนด์ชนิดต่างๆ เป็นต้น

3. อาหารลดความอ้วนได้แก่ ยาแปลงรูปมาจากพืชผักสกัดเป็นแคปซูล ใช้ในการลดความอ้วนโดยการรับประทานแล้วทำให้อิ่มหรือสามารถดูดซับไขมันในร่างกายได้

อาหารเสริมดังกล่าวกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย และจำหน่ายในราคาสูงมาก โดยเฉพาะอาหารเสริมลดความอ้วน อาหารบำรุงผิวพรรณ เพื่อให้แก่ช้าและมีผิวพรรณสวยงามแจ่มใส ซึ่งตามหลักความเป็นจริงแล้วอาหารเสริมดังกล่าวไม่จำเป็นกับร่างกายเลย ถ้ารู้จักรับประทานอาหารให้ครบหลัก 5 หมู่ไม่รับประทานอาหารที่จะทำให้เกิดโทษกับร่างกาย เช่น กาแฟ เหล้า บุหรี่ ซึ่งอาหารเหล่านี้เป็นตัวทำลายสุขภาพอย่างมาก

มหัศจรรย์ธรรมชาติบำบัดจากสมุนไพรใกล้ตัว

ชื่อเรื่อง                  มหัศจรรย์ธรรมชาติบำบัดจากสมุนไพรใกล้ตัว

ผู้แต่ง                     จุฑา จิระชีวะ

สำนักพิมพ์           ไพลินบุ๊คเน็ต จำกัด

ปีที่พิมพ์                2553

จำนวนหน้า         128 หน้า

ISBN                     978-616-15-0257-7

เนื้อเรื่อง

การนำสมุนไพรที่อยู่ใกล้ตัว หาง่าย และที่สำคัญมีราคาถูกนั้น มาบำรุงร่างกายให้มีสุขภาพพลานามัยดี แข็งแรงสมบรูณ์ เป็นเรื่องที่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่งเพราะพืชสมุนไพรหลายๆอย่างนั้น ไม่ใช่เป็นเพียงยารักษาโรคที่ต้องรอคอยให้ความเจ็บป่วยมาเยือนก่อนเท่านั้น จึงสามารถนำมาใช้ได้แต่การบำรุงให้ร่างกายสุขภาพดีเสมอเป็นเรื่องที่สำคัญที่ไม่ควรละเลย ส่วนฤทธิ์ของพืชสมุนไพรที่หาง่ายโดยทั่วไปนั้น ไม่ได้ออกฤทธิ์รุนแรงจนร่างกายรับไม่ได้หากแต่เป็นเสมือนอาหารชั้นเยี่ยมของร่างกาย สามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ทำนุบำรุงร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บและสามารถรักษาโรคต่างๆที่เกิดขึ้นกับร่างกายได้

ขอแนะนำพืชสมุนไพรที่หาง่ายและราคาถูกเพราะพืชสมุนไพรที่ให้คุณค่าอย่างอเนกอนันต์นี้จะสามารถบำรุงรักษาร่างกายให้แข็งแรงสมบรูณ์ และมีผิวพรรณสวยงามเกินคาดเลยทีเดียว

การใช้สมุนไพรที่ถูกต้อง

1. ใช้ให้ถูกต้น สมุนไพรมีชื่อพ้องหรือซ้ำกันมากและบางท้องถิ่นก็เรียกไม่เหมือนกัน จึงต้องรู้จักสมุนไพรและใช้ให้ถูกต้น

2. ใช้ให้ถูกส่วน ต้นสมุนไพรไม่ว่าจะเป็นราก ใบ ดอก เปลือก ผล เมล็ดจะมีฤทธิ์ต่างกันด้วย จะต้องรู้ว่าส่วนใดใช้เป็นยาได้

3. ใช้ให้ถูกขนาด สมุนไพรถ้าใช้น้อยไปก็รักษาไม่ได้ผล แต่ถ้ามากไปก็อาจเป็นอันตราย หรือเกิดพิษต่อร่างกายได้

4. ใช้ให้ถูกวิธี สมุนไพรบางชนิดต้องใช้สด บางชนิดต้องปนกับเหล้า บางชนิดใช้ต้ม จะต้องรู้วิธีการใช้ให้ถูกต้อง

5. ใช้ให้ถูกกับโรค เช่น ท้องผูกต้องใช้ยาระบาย ถ้าใช้ยาที่มีฤทธิ์ฝาดสมานจะทำให้ท้องผูกยิ่งขึ้น

อาการแพ้ที่เกิดจากสมุนไพร สมุนไพรมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับยาทั่วไป คือมีทั้งคุณและโทษ บางคนใช้แล้วเกิดอาการแพ้ได้ แต่เกิดขึ้นได้น้อยเพราะสมุนไพรมิใช่สารเคมีชนิดเดียว เช่น ยาแผนปัจจุบันฤทธิ์จึงไม่รุนแรง (ยกเว้นพวกพืชพิษบางชนิด) แต่ถ้าเกิดอาการแพ้ขึ้นควรหยุดยาเสียก่อน ถ้าหยุดแล้วอาการหายไปอาจทดลองใช้อีกครั้งโดยระมัดระวัง ถ้าอาการเช่นเดิมเกิดขึ้นอีกแสดงว่าเป็นพิษของยาสมุนไพรแน่ ควรหยุดยาและเปลี่ยนไปใช้ยาอื่น หรือถ้าอาการแพ้รุนแรงควรไปรับการรักษาที่สถานีอนามัยและโรงพยาบาล

อาการที่เกิดจากการแพ้ยาสมุนไพร

1. ผื่นขึ้นตามผิวหนังอาจเป็นตุ่มเล็กๆ ตุ่มโตๆ เป็นปื้นหรือเป็นเม็ดแบนคล้ายลมพิษ อาจบวมที่ตา (ตาปิด) หรือริมฝีปาก (ปากเจ่อ) หรือมีเพียงดวงสีแดงที่ผิวหนัง

2. เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน (หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง) ถ้ามีอยู่ก่อนกินยาอาจเป็นเพราะโรค

3. หูอื้อ ตามัว ชาที่ลิ้น ชาที่ผิวหนัง

4. ประสาทความรู้สึกทำงานไวเกินกว่าปกติ

5. ใจสั่น ใจเต้น หรือรู้สึกวูบวาบคล้ายหัวใจจะหยุดเต้นและเป็นบ่อยๆ

6. ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะเหลืองและเมื่อเขย่าจะเกิดฟองสีเหลือง (เป็นอาการของดีซ่าน) อาการนี้แสดงถึงอันตรายร้ายแรงต้องรีบไปหาแพทย์ ไม่ควรใช้สมุนไพรหรือซื้อยารับประทานด้วยตนเอง

7. ไข้สูง (ตัวร้อนจัด) ตาแดง ปวดเมื่อยมาก ซึม บางทีพูดเพ้อ

8. ไข้สูงและดีซ่าน (ตัวเหลือง) อ่อนเพลียมาก อาจเป็นแถวชายโครง (อาจเป็นโรคตับอักเสบ ฯลฯ)

9. ปวดแถวสะดือ เวลาเอามือกดเจ็บปวดมากขึ้น หน้าท้องแข็ง

10. เจ็บแปลบในท้องคล้ายมีอะไรฉีกขาด ปวดท้องรุนแรงมาก ท้องแข็ง อาจท้องผูก และมีไข้เล็กน้อยหรือมาก

11. อาเจียนเป็นเลือดหรือไอเป็นเลือด

12. ท้องเดินอย่างแรง อุจจาระเป็นน้ำ

สมุนไพรใช้ภายนอก

ชื่อเรื่อง                  มหัศจรรย์ธรรมชาติบำบัดจากสมุนไพรใกล้ตัว

ผู้แต่ง                     ภาณุทรรศน์

สำนักพิมพ์           ไพลินบุ๊คเน็ต จำกัด

ปีที่พิมพ์                2546

จำนวนหน้า         112 หน้า

ISBN                     974-428-15-969-4

เนื้อเรื่อง

                คนไทยกับสมุนไพรผูกพันกันมาอย่างช้านานในอดีตจริงๆ อาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นโรคจากภายในร่างกาย ปวดศีรษะ ตัวร้อน เป็นไข้ ท้องอืด ท้องเสีย จุก เสียด หรืออะไรก็ตามจะต้องเอาสมุนไพรมาใช้เยียวยารักษาอาการของโรคที่เป็นอยู่ให้ทุเลาลงและหายไปในที่สุด อาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นมานั้นบางครั้งก็เป็นอาการของโรคภายนอก เช่น โรคผิวหนัง ผื่นคัน ปวด บวม รวมทั้งการเอาสมุนไพรต่างๆมาใช้ประโยชน์กับร่างกายภายนอก เช่น ต้มน้ำมาอาบ เอามาสระผมทำความสะอาดได้อีกด้วย มีสมุนไพรหลากหลายชนิดทีเดียวที่มีสรรพคุณทางยาที่ดีมาก เอามาใช้ประโยชน์ได้ดี ยาพื้นบ้าน ยาสมุนไพรเหล่านี้ส่วนมากแล้วเอามาใช้กันอย่างได้ผลดีเสมอแล้วก็เป็นที่ยอมรับ เป็นที่เข้าใจกันอย่างดี เพราะมีการบอกเล่าเก้าสิบกันมาช้านาน ทั้งยังใช้กันเรื่อยมาจนรู้จักกันดี เมื่อเกิดอาการผิดปกติขึ้นก็สามารถเอาสมุนไพรต่างๆ มาใช้ได้โดยสะดวก ยกตัวอย่างง่ายๆ ผู้เฒ่าผู้แก่นั้นเมื่อเห็นลูกหลานของตนเกิดไปเล่นกัน หกล้มบ้าง ตกจากต้นไม้บ้าง หัวโนบวมปูดกลับมาบ้าน ท่านก็บอกให้ผู้ใหญ่รีบจัดการโดยทันที โดนการเอาดินสอพองมาละลายกับน้ำมะนาวเพียง 1 ซีก แล้วเอาดินสอพองที่ผสมกับน้ำมะนาวมาทาบริเวณรอยหัวโนของเด็กที่กำลังร่ำไห้อยู่ เชื่อหรือไม่ว่าเพียงประเดี๋ยวไม่ถึง 10 นาที อาการหัวโนของเด็กก็จะทุเลาลง

จึงมีการจดจำเอามาใช้กันต่อๆมา ไม่ต้องจดจำอะไรก็อยู่ในสมองกันไปแล้ว ดังนั้นเวลาเด็กๆเกิดพลัดตกหกล้ม ตกต้นไม้ ก็เอายาสมุนไพรที่มีอยู่ในครัวเรือนมาใช้กันได้อย่างสะดวก นี่แหละยาสมุนไพรใกล้ตัวที่ดีมีประโยชน์อย่างหนึ่งที่ใช้กันมาแล้วตั้งแต่ดึกดำบรรพ์จนถึงทุกวันนี้ก็ยังใช้กันอยู่ บรรพบุรุษของเราก็ช่างสังเกต ช่างคิด ด้วยภูมิปัญญาตามวิถีทางของชาวบ้านนั่นเอง

คนโบราณ ผู้เฒ่าผู้แก่สมัยปู่ ย่า ตา ยาย ของเรานั้น สืบทอดสิ่งที่จัดได้ว่าเป็นภูมิปัญญามาแล้วจากอดีต มีความเป็นอยู่ที่เป็นสุขดีมาโดยตลอดอย่างน่าสรรเสริญ น่าสนใจ น่าศึกษา และน่าเอามาปฎิบัติในยามที่อยู่ห่างไกลหยูกยา ห่างไกลหมอ หรือเมื่อไปอยู่ในสถานที่ไกลๆสามารถเอาภูมิปัญญานี้มาใช้ได้ประโยชน์ทีเดียว พืชพันธุ์ไม้ต่างๆที่มีอยู่มีสรรพคุณทางยาที่แตกต่างกันไป เพียงแต่ว่าจะมีการศึกษาและทดลองใช้ในทางยากันมาแล้วเพียงไหนเท่านั้น ไม่น่าเชื่อว่าพืชพันธุ์บางอย่างนั้นมีสรรพคุณที่ดีเยี่ยมในการเยียวยารักษาอาการของโรคที่เกิดกับร่างกายได้อย่างน่าพอใจ แก้ปัญหาได้อย่างดี ทำให้ผู้เจ็บป่วยมีอาการทุเลาเบาลงได้ สิ่งเหล่านี้จึงน่าสนใจ น่าศึกษาเอาไว้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อไปอย่างน้อยก็รู้ใช่ว่า รู้เอาไว้เพื่อการแนะนำผู้ที่ยังไม่รู้ ยังไม่เข้าใจหรือถ้าเข้าใจก็เข้าใจอย่างงูๆปลาๆอยู่

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s